วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

*FL* Chapter 21 ครั้งที่สามแล้วนะ



Chapter 21 : ครั้งที่สามแล้วนะ



“เดินไหวมั้ย”
ร่างสูงพยุงซองมินที่ดูสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่เดินไปทางหลังร้านช้าๆ ใบหน้าหวานส่ายเบาๆตอบคำถาม
หลังจากที่เยซองแวะมาส่งคยูฮยอนและซองมินที่ร้านของร่างสูงก่อนที่จะไปส่งฮยอกแจที่คอนโดของซีวอนนั้น ตอนแรกกะว่าจะไปส่งร่างอวบที่บ้านแต่ว่าเมื่อมานึกดูแล้ว หากเจอมารดาตอนนี้ไม่เท่าไหร่ แต่หากเจอบิดาตนที่ออกจะขึ้ห่วง(หวง) คงไม่วายถูกซักจนขาวแน่นอน
แต่เหตุผลสำคัญคือ ซองมินคงไม่สามารถก้าวข้ามคืนอันเงียบงันในวันที่แสนโหดร้ายอย่างนี้ได้คนเดียวแน่นอน ร่างสูงจึงตัดสินใจให้ซองมินโทรไปบอกที่บ้านว่าขอค้างที่บ้านเพื่อนจะดีกว่า
..
..
“อ้าว คุณคยูนี่” เชฟหนุ่มที่เดินออกมาพักหลังจากเช็คความเรียบร้อยเตรียมปิดร้านในเวลาค่ำๆเช่นนี้แล้ว ตาคมก็เห็นคยูฮยอนประคองซองมินไปทางบันไดด้านหลังพอดี ท่าทางที่ดูประคมประหงม อย่างระมัดระวังของคยูฮยอนทำเอาคิบอมแปลกใจเล็กน้อย และยิ่งประหลาดใจเมื่อเห็นรอยรอยแดงเป็นปื้นชัดเข้ม แสดงว่าจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ด้านคยูฮยอนที่ไม่รู้ตัวว่ามีใครมองตนก็หมุนตัวพาซองมินมาขึ้นบันไดไปยังห้องพักด้านบนชั้นสามแต่เดินได้ถึงชั้นสอง คยูฮยอนกลับช้อนตัวอวบขึ้นแทน
“อ้ะ คยู!! วางลงเถอะ ฉันหนักนะ” ซองมินตกใจรีบยกแขนขาวขึ้นคล้องคอแกร่งทันที
“ไม่หนักหรอก เห็นอวบๆนึกว่าจะหนักกว่านี้ซะอีก”
“อ้ะ!!!” คยูฮยอนแสดงความไม่หนักของร่างอวบให้ดูด้วยการหยุดเดินแล้วยกร่างอวบลอยขึ้นกลางอากาศหนึ่งครั้งด้วยรอยยิ้ม
“ข้างในมีแต่นุ่นรึเปล่าเนี่ย” เพราะมันทั้งเบาทั้งนุ่ม
“เปล่าซักหน่อย” แก้มนวลที่มีรอยนิ้วจากความเลวของไอ้รุ่นพี่ที่ฟาดมือลงบนใบหน้านวลขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายแทน
..
..
“คยูขออาบน้ำก่อนได้รึเปล่า”
เมื่อเข้ามาด้านในห้อง ซองมินก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่มโดยถูกสั่งว่าไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องทำอะไรในระหว่างที่คยูฮยอนเดินจัดนู้นจัดนี่ หาเสื้อผ้า หมอนและผ้าห่มมาเพิ่ม จนเสียงหวานต้องเอ่ยบอก
“ได้ซิ นี่ครับชุด ใส่ได้นะ” มือหนายื่นเสื้อยืดสีขาวไร้ลวดลายกับกางเกงนอนขายาวสีฟ้าเข้มให้ มือขาวรับไปพร้อมกับผ้าขนหนู แล้วหมุนกายเข้าห้องน้ำไป
..
..
“ฮึก..ฮึกๆๆ...” ใต้สายน้ำใส ปากบางเม้มแน่นกลั้นเสียงแห่งความเสียใจออกมาขณะที่มือขาวก็ถูไปตามร่างกายของตนเองอย่างรุนแรง
ร่องรอยต่างๆที่อาจจะไม่มาก แต่กลับมีอยู่ทั่วไปหมด...ไม่ใช่แค่ที่ซอกคอที่มีรอยขบกัดแม้จะเป็นเพียงรอยเดียวนั่น หรือว่าบนแผ่นอกบางที่มีประปรายราวสี่ถึงห้ารอยนี้ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดที่ร่างกายกลับสร้างที่ความรู้สึก ใจดวงน้อยที่ใสสะอาดมาตลอดไม่เคยโดนว่าร้าย เพราะความใสซื่อ ไม่เคยมีใครคิดร้าย เพราะไม่เคยคิดร้ายกับใคร
ขยะแขยงตัวเองมาก ร่างอวบที่ยังจำความรู้นั่นได้ดี ความรู้สึกที่ราวกับมีหอยทากมาเดินยั้วเยี้ยอยู่แผ่นอกตัวเอง เมื่อยิ่งรู้สึกอย่างนั้นมืออวบยิ่งลงแรงถูไปตามลำตัวตนเองจนขึ้นเส้นสีแดงเป็นปื้นระเรื่อไปทั่ว
“ฮึกๆๆฮือ...ฮึก” ซองมินเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นตนเองไม่ไหว เพราะหายใจไม่ทันจนต้องเผลอหลุดเสียงออกมา เสียงนี้ทำเอาชายหนุ่มคนรักที่ยืนอยู่ด้านนอกกำหมัดตนเองแน่น เขาแค้นใจที่ตนเองปกป้องดูแลคนที่รักที่สุดไม่ได้ ถ้าหากไม่ได้คนตัวถึกนั่นช่วยซองมินไว้จะเกิดอะไรขึ้นเขาคงไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ
ตึง!!!
หมัดหนาต่อยเข้าที่กำแพงสีขาวอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ที่ช่วยเรียกสติให้ร่างอวบรีบแต่งตัวออกมา และพยายามห้ามน้ำตาตนเองไม่ให้ไหลอีก
“คยู เสียงอะไรอ่ะ” กระต่ายตาแดงที่เปียกชุ่มน้ำเดินออกมาในชุดของคยูฮยอน เสื้อยืดสีขาวนั่นยาวแทบจะถึงเข่า แขนเสื้อหล่นลงมาถึงข้อศอก ส่วนกางเกง.....
“อ่ะ..เอ่อ..คยูมีอะไรมามัดได้มั้ยอ่ะ” ไม่ได้คำตอบจากคำถามของซองมิน ตาหวานมองตามสายตาของคยูฮยอนก็รู้ว่า คนรักกำลังมองกางเกงที่หลวมหลุดจากเอวขาวของตนลงมาจนต้องรวบมากำไว้ข้างหนึ่ง ส่วนขากางเกงที่ยาวเกินส่วนสูงของกระต่ายตัวน้อยก็กองอยู่บนพื้นในปริมาณที่เยอะพอสมควร แต่สิ่งที่ทำให้สายตาคมถูกสะกดคือ ช่วงหน้าท้องราบที่ขาวผ่องโชว์ออกมาให้เห็นจากการรวบออกมาให้เห็น
“....ไม่มีหรอก” ตอบเสียงนิ่งเหมือนสายตาที่ยังมองนิ่งไม่ผละไปไหน หน้าคมสะบัดสองทีเรียกสติ แล้วเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยังยืนกำขอบกางเกงตนเองแน่น
“เฮ้อ...ตัวเล็กจริงๆด้วย ทำไมใส่เสื้อผมแล้วหลวมขนาดนี้ล่ะ”
“คยูคิดว่าฉันอ้วนเหรอ” เสียงงอนเล็กน้อย จิตใจที่อบอุ่นขึ้นเมื่อได้อยู่กับคนที่รักพอจะช่วยให้จิตใจที่ดิ่งวูบขึ้นมาได้บ้าง
“อืม...จากที่เคยเห็นก็ไม่นะครับ...”
“...........” ไม่ต้องบอกสิ่งใดแก้มแดงนวลก็ระเรื่อน่ามอง คิดถึงคราวที่แล้วที่กินไวท์ช็อคโกแลตกันจนถึงไหน แต่ก็ไม่ถึงไหนไกลอย่างที่คิด
เมื่อเห็นคนรักแก้มขึ้นสีก็จับมือขาวอีกข้างที่ไม่ได้กำขอบกางเกงไว้ให้เดินมานั่งข้างกันบนเตียงนุ่ม ตาคมสบนิ่งมองเข้าไปยังคนที่พยายามเข้มแข็งให้เขาเห็น
“อยากร้องไห้รึเปล่า” คำถามที่ไม่ได้หวานมากแต่น้ำเสียงอบอุ่นเจอความห่วงใยทำให้น้ำตาที่ถูกกักเก็บไว้ไหลคลอแก้วใสทันที
“ฮึก...ฮึก คยู.....” ร่างอวบแสนนุ่มๆโผเข้ากอดกายแกร่ง ซบใบหน้าหวานอาบน้ำตาไปที่อกหนา คยูฮยอนยกมือขึ้นลูบไปมาบนหลังของร่างบางอย่างปลอบโยน ไร้คำปลอบมากมายอื่นใดจากคนพูดน้อย มีแต่ความรู้สึกห่วงใย ปกป้องแผ่กระจายออกมาจนคนในอ้อมกอดรู้สึกได้
“ฮึกๆ..ฮึก..เมื่อยอ่า” คนร่างอวบที่ร้องไห้นานจนพอใจแล้วแต่ยังไม่อยากออกจากวงแขนหนาที่แสนอบอุ่นปลอดภัย คยูฮยอนได้ยินเสียงหวานที่ดูไม่ค่อยจะคิดมาแล้วก็พอจะยิ้มออกมาได้ ร่างสูงเอนกายตนลงบนเตียงนุ่มโดยที่มีคนในอ้อมแขนตนตามมาด้วย
“อย่างนี้ดีขึ้นมั้ย” คนฟังกดหน้าลงหงึกหงักอยู่ที่อกด้วยใบหน้าแดงๆ ปากแดงเม้มแน่นเมื่อคิดว่าสื่งที่ตนจะทำออกจะ...เขิน ไปซักหน่อย
จุ้บ
เรียวปากเล็กเงยหน้าขึ้นกดจูบที่แก้มสากแรงหนึ่งครั้ง แต่ด้วยการหลับตาปี๋จากความเขิน ตำแหน่งมันเลยไปไกลกับเรียวปากของร่างหนานี่ซิ
“......” คนถูกจู่โจมตาโตอย่างประหลาดใจ แต่แล้วก็ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เมื่อคนน่ารักอ้อนเขาก่อนอย่างนี้
“ซองมิน ทำอย่างนี้ ผมหวังนะ” ร่างสูงที่พยายามข่มใจตนเองไม่ให้คิดอะไรไปไกล แม้ว่าจะเคยเกินเลยมากกว่าจูบ แต่ก็ไม่เคยถึงจุดนั้นซะที
“หวังอะไรเหรอ” ดวงตาหวานเงยขี้นสบ
“หวัง...อยากให้ผมเป็นเจ้าของซองมินอย่างเต็มตัว เต็มหัวใจ จะได้มั้ย”
“...............” ใบหน้าหวานขึ้นสีหนัก หลบจาลงต่ำด้วยความเขินอายเมื่อเข้าใจความหมาย เหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นวันนี้ทำเอาใจที่สดใสถูกสาดสีดำมืดเข้าใส่ จนอยากจะได้เจ้าของหัวใจที่อยู่ด้วยกันข้างในอีกคนมาช่วยกันลบล้างความมืดนั้นออก คนที่อยู่ในหัวใจดวงเดียวกัน....
“...อืม...ฉันอยากให้คยูเป็นเจ้าของฉันคนเดียว” ร่างอวบพูดอู้อี้อย่างเขินอาย แถมยังออกแรงกอดอีกฝ่ายจนแน่นด้วยแขนที่เล็กกว่าของตัวเอง
“ซองมินแน่ใจนะครับ” มือหนาเชยคางมนของเจ้าของที่แสนอายขึ้นมาให้สบตา มองลึกเข้าไปให้เจอความมั่นคงข้างใน ใบหน้าหวานพยักหน้ารับเบาๆ
“....ผมรักคุณนะ” นัยน์ตาคมซบแน่นิ่งบอกคำรักที่เบาๆชิดริมฝีปากแล้วกดจูบอย่างอ่อนโยน
กลีบปากนิ่มที่แสนหวานถูกขบเม้มอย่างอ่อนโยน ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าภายในกวาดต้อนน้ำหวานชุ่มช่ำ มือหนาค่อยๆลูบไล้ไปตามตัวขาวอวบจนทั่ว สอดปลายนิ้วไล่ไปตามชายเสื้อยืดตัวขาวขึ้นไปควานหาตุ่มไตสีสดจนเจอ แล้วบดคลึงให้คนร่างอวบได้ร้องครางในลำคอ เมื่อ เรียวปากหนายังไม่ยอมผละออก
“อือออ....”
แล้วคยูฮยอนก็ทนไม่ไหวต้องละริมฝีปากร้อนของตนออก ซุกไซร้ซอกคอหอมอย่าแผ่วเบา ไล้ผ่านติ่งหูเล็ก แล้วมาที่ลาดไหล่ขาว ตาคมวาววาบขึ้นมาชั่วครูเมื่อเห็นร้องรอยที่ไอ้เลวนั่นทำไว้ แต่ปากหนากลับค่อยๆกดจูบลงตรงนั้นอย่างอ่อนหวานและแผ่วเบาที่สุด ลบล้างความเลวนั่นด้วยความรักและความอบอุ่น
มือหนาเลิกเสื้อยืดขึ้นอย่างช้าๆแล้วก้มลงดูดดุนยอดอกสีหวาน แต่ทว่าอยู่ดีๆซองมินก็บีบมือตนแน่นสั่นๆ พร้อมทั้งหลับตาปี๋
“คะ คยู ผมสีดำ..มะไม่ใช่สีส้มซักหน่อย” เสียงเอ่ยขาดห้วงเมื่อความทรงจำเลวร้ายเข้าเล่นงาน แต่ใจดวงน้อยที่มีความอบอุ่นห้อหุ้มอยู่ก็พุ่งเข้าสู้ความกลัวในใจได้ดี
“...ซองมิน...ใช่ครับ ลืมตามองผมชัดๆซิ ผมสีดำ ตาสีดำ ผมเองไม่ใช่ใครอื่น”
“ฮึก...คยู~” ในตาหวานที่มีแววหวาดกลัว สบจ้องลึกเข้าไปในตาสีนิลนั้น
“มองผมนะ อย่าหลับตา ผมอยู่กับคุณ” ดวงหน้าใสที่ตอนนี้เปื้อนคราบน้ำตาเล็กน้อยพยักรับ อย่างมั่นใจขึ้น คยูฮยอนบดจูบหวานให้รางวัลคนเข้มแข็งเขาเขาหนึ่งที แล้วจึงผละออกมา ปลายลิ้นร้อนสัมผัสข้างหนึ่งจมเนินอกแน่นชุ่มเปียกแล้วจึงผละไปอีกข้าง เรียกเสียงหวานได้ตลอด
“อ้ะ...อืมมม...”
มือหนาอีกข้างของคยูฮยอนไล้ไปทั่วตัวนุ่มนิ่ม บีบขยำไปทั่วกายอย่างพอใจ ทั้งเนินอกนิ่มแล้วสะโพกอิ่มที่ขยำซ้ำจนร้องเสียงหวานครางให้ฟังซ้ำๆอย่างเสียงซ่าน
“อ้ะ...คยู...อืออ..” ซองมินตกใจเล็กน้อยเมื่อมือหนาลูบไปที่แก่นกายเล็กของตนผ่านกางเกงที่หลวมโครกตัวสีฟ้าเข้ม เสียงหวานครางเบาๆในลำคอเมื่อมือหนาลูบคลำอย่างเบามือ แถมยังแนบริมฝีปากปิดกลั้นเสียงอีกทางด้วย
เสียงทุ้มพร่าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น ร่างสูงชันตัวขึ้นเพื่อถอดเสื้อเชิ้ตของตนเองออกจากกายแกร่ง แล้วก้มลงมาเรียกคนรักเบาๆ พลางค่อยๆดึง กางเกงตัวนั้นที่มันช่างเป็นใจให้หลวมออกจากกายขาวนวล
“...ซองมิน”
เจ้าของชื่อเบนตาหลบอกแกร่งหนาที่เปิดเปลือยให้เห็น และเกินกว่าจะทนความเขินอายได้หากต้องเปลือยเปล่าต่อหน้าคนรัก
กางเกงตัวหลวมค่อยๆเลื่อนลงตามแรงดึงจากด้านล่างลงมาช้าๆทีละนิด....ทีละนิด....ทีละนิด...

ก๊อก ก๊อก ๆๆๆๆๆๆๆๆ
!!!!” ร่างอวบสะดุ้งตกใจรีบตะครุบกางเกงที่กำลังจะหลุดออกเปิดโชว์ส่วนนั้นทันที ต่างกับคนตัวสูงที่ เปลี่ยนแววตาจากอ่อนโยน เป็นแทบจะเรียกได้ว่า เคียดแค้นเลยก็ว่าได้ ตาคมกลอกขึ้นด้านบนอย่างโมโหแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ
“คะ คยู ใครมาเหรอ” มือขาวกำกางเกงแน่นเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ
“ไม่รู้หรอก..แล้วผมก็ไม่อยากรู้ด้วย” คยูฮยอนที่รู้ว่า มีแค่ไม่กี่คนที่จะรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ และคนที่จะขึ้นมาที่นี้ได้ในเวลานี้ที่ร้านปิดแล้ว ยิ่งมีน้อยลง ไม่ลูกน้องเขาก็เพื่อนเขา
“แต่ว่า...อื้อ!!” เสียงหวานพยายามเอ่ยท้วงแต่กลับถูกปิดด้วยริมฝีปากร้อนที่ก้มลงมาบดจูบหวานอีกครั้ง ร่าวหนาด้านบนลูบไล้ปทั่วอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ เสียงเคาะนั่น ยังดังขึ้นไม่หยุด
ก๊อก ๆๆๆๆๆๆ แถมดูเหมือนจะระรัว เสียงเพิ่มความเร็วขึ้นอีกด้วย
“คยู จะมีเรื่องอะไรอีกรึเปล่าน่ะ” คนตัวอวบที่ยังกังวลเรื่องเมื่อกลางวันถามขึ้น ทำให้ร่างสูงเลิกพยายามไม่สนใจต่อ ร่างสูงถอนหายใจแรงๆแล้วทิ้งน้ำหนักทั้งกายลงทับร่างอวบด้านล่างอย่างอ้อนๆ
ครั้งที่สามแล้วนะ...ครั้งที่สามแล้ว เสียงทุ้มเอ่ยในใจด้วยเจือความโมโหเล็กน้อย แต่เสียดายมากที่สุด
คยูที่กำลังเคลิ้มกับผิวขาวๆของซองมิน นอนคร่อมซองมินอยู่อย่างนั้น มือหนาเอื้อมมากอดรวบร่างบางแน่นไม่ปล่อยเหมือนเด็กเอาแต่ใจ เมื่อเสียงระรัวประตูดังขึ้นอีกครั้ง
ซองมินเห็นอาการนั้นก็ขำเล็กๆ แต่ก็สัมผัสได้กับอะไรที่มันดุนดันลงมาจากร่างหนาด้านบนซองมินเลย บอกทั้งหน้าแดงๆว่า
“เอ่อ...คยูไม่ไปเปิดเหรอ” คยูฮยอนได้ยินชัดแต่ก็ยังไม่ยอม ยังคงนอนทับแถมเอาหน้าแนบกับอกหายใจรดให้ซองมินเสียวซ่าน จนร่างอวบต้องผลักออกเบาๆ คนเคาะก็ยังรัวข้อมือลงบนประตูหนาอยู่ จนสุดท้ายคยูฮยอนต้องลุกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด มือหนายีผมตัวเองด้วยความยุ่งยากใจ หมายมาดในใจว่าถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ จะโทรหาคุณลุงคนเดิมที่ช่วยจัดการไอ้เลวเมื่อกลางวันพาคนที่มันยังระรัวข้อมืออยู่นี่ไปจัดการด้วย
“มีอะไรห่ะ” มือหนา กระชากประตูที่กดล็อคไว้ออกอย่างรวดเร็วด้วยความโมโห ด้านหลังประตูที่พบกลับเป็นอาจารย์ของเขา
“เชฟมีอะไรครับ” เสียงห้วนถามอย่างที่รู้ว่าอารมณ์ไม่ดีแต่ก็ยังไม่ทิ้งความเหมาะสม
“หึ..ไม่มีอะไรหรอก แต่เมื่อกี้ผมเห็นว่าคุณคยูประคองหนูซองมินขึ้นมาด้วยท่าทางไม่ค่อยสู้ดีนักเลยเป็นห่วงน่ะ” หน้าคมของหนุ่มเพลย์บอยชะเง้อคอเข้าไปมองคนที่นั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงไม่ไกลนัก
ซองมินที่เห็นว่าเป็นคิบอม ที่กำลังมองเข้ามาด้วยสายตากรุ่มกริ่มปนล้อเลียนก็เขินอาย เหมือนเขาจะรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่น่ะซิ คิดได้อย่างนั้นก็รีบกำขอบกางเกงตนเองแน่นวิ่งหายเข้าห้องน้ำไปทำใจก่อน
!!! ซองมิน” ....โธ่......
เสียงทุ้มเหมือนจะเรียกห้ามทันทีที่เห็นร่างบางผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็ทำได้แค่ เสียดายอยู่ในใจ
คิบอมที่เห็นคยูฮยอนประคองซองมินขึ้นห้องไป เห็นท่าทางแปลกของซองมินแล้วสงสัยว่าจะเกิดเรื่องเลยตามขึ้นมา แต่กลับได้ยินเสียงครางหวาน แต่ฟังดูออกว่ายังไม่ถึงไหน ในตอนแรกก็ตกใจจะหมุนตัวเดินกลับไป แต่อีกใจก็นึกอยากแกล้ง เลยเคาะประตูระรัวลั่น
“หึๆ” เสียงหัวเราะในลำคอของพาทืซิเย่ใหญ่ ทำให้คยูฮยอนขมวดคิ้วถาม
“หัวเราะอะไรครับเชฟ”
“หึ เปล่า~ อ้อ ที่ขึ้นมาเนี่ยจะถามด้วยว่าพรุ่งนี้หยุดรึเปล่า แต่คงไม่ต้องถามแล้วล่ะมั้ง ไปล่ะตอนเช้าเจอกันนะ”
คำพูดที่ฟังแล้วก็รู้เลยว่าตั้งใจมาขัดเขาแน่นอน ทำให้ร่างสูงอยากแก้แค้นขึ้นมาทันที แล้วรีบเอ่ยก่อนที่คิบอมจะหมุนตัวลงจากชั้นนี้ไป จนคนได้ยินต้องชะงักหยุดยืนฟัง
“อ้อ เชฟครับ ผมเพิ่งจะนึกออก วันก่อนผมไปเจอ คุณดงเฮ ยืนคุยอยู่กับใครที่ไหนก็ไม่รู้ สูงๆหน้าตาหล่อๆ คงเป็นนายแบบ แต่ว่า......” คยูฮยอนเว้นเสียงไปครู่หนึ่ง ยากให้อีกฝ่ายทรมานใจขึ้นอีกเล็กน้อย
“แต่ว่า...เขาดูเหมือนจะสนใจคุณดงเฮนะครับ มีทั้งโอบเอว โอบไหล่ สนิทสนมกันเชียว ลองไปถามดูนะครับ เพื่อว่าเพื่อนบอสอาจจะมีข่าวดีก็ได้” คยูฮยอนไม่ได้โกหกคิบอมเลยซักนิด เขาเห็นจริงๆ แต่มันต่างกันนิดหน่อยตรงที่ว่าตอนนั้นดงเฮกำลังทำงาน ต่างกันตรงที่ดงเฮมีท่าทางรังเกียจกับการถึงเนื้อถึงตัวของนายแบบหนุ่ม เขาแค่ไม่ได้เล่ารายละเอียดเท่านั้น คยูฮยอนยิ้มมุมปากให้คนที่กำลังมองมาอย่างตกใจและไม่อยากเชื่อ แล้วร่างสูงก็ปิดประตูกล็อคสนิท ทิ้งให้คนที่ตั้งใจขึ้นมาแกล้ง ทุกข์ใจเองบ้าง

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

แพขนตางอนประแก้มนวลค่อยๆขยับกระพริบขึ้น เมื่อรู้สึกถึงแรงกดบางอย่างไปตามร่างกายตนเอง สายตาพร่าที่เพิ่งลืมขึ้นยังจับโฟกัสภาพได้ไม่ดีเห็นเป็นใบหน้าคมอยู่ไม่ไกลลางๆตรงหน้าจนต้องกระพริบตาถี่ และยกมือบางขึ้นขยี้เบาๆ
“ตื่นแล้วเหรอครับ” เสียงทุ้มเอ่ยคลอรอยยิ้มประหน้า ซีวอนที่ตื่นขึ้นก่อนในยามสายของวัน นอนตะแคงกายมองร่างบางในอ้อมกอดพร้อมทั้งประจูบไปทั่ว คนที่ตนเองรู้แล้วว่ามีเขาอยู่เต็มหัวใจ รอยยิ้มกว้างแย้มขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ลากยาวมาจนเกือบรุ่งเช้า หากไม่เพราะเขายอมปล่อยให้ฮยอกแจได้พัก(หลังจากที่ร้องขอพักมาหลายรอบแล้ว) เขาคงไม่สามารถหยุดตัวเองได้จริงๆ
“อืมมมม....” ริมฝีปากหนากดจูบลงบนกลีบปากนุ่มที่ยังบวมช้ำต้อนรับเช้าของวัน
“อือ..ซีวอน” เสียงหวานแหบพร่าจากการต้องใช้เสียงหวานครางให้คนข้างกายฟัง ยิ่งฮยอกแจกลั้นเสียงแค่ไหน ซีวอนก็ยิ่งอยากทำให้ร้องหวานๆขึ้นเท่านั้น
“พะ พอแล้วนะ” มือบางดันอกหนาออกเบาๆแล้วเอ่ยห้ามด้วย นัยน์ตาน่าสงสาร
“หึ ผมไม่ทำอะไรหรอก รู้ว่าคุณคงเหนื่อยแล้ว”
“ไม่เชื่อหรอก เมื่อคืนบอกว่า จะให้พัก ก็ไม่ยอมให้พักอ่ะ”
“ก็ให้พักแล้วไงครับ ตั้งนานน่ะ”
“นานอะไร ถึงแปดนาทีรึเปล่าก็ไม่รู้” ร่างบางว่าออกมาอย่างงอนๆ จนคนฟังหัวเราะเบาอย่างพอใจ
“แต่หลังจากนั้นต่ออีกรอบเดียว ผมก็ให้คุณพักยาวจนตอนนี้เลยนะ เพราะฉะนั้น พักยาวขนาดนี้ ผมขอ....”
ไม่เอานะไม่เอา ฉันปวดตัวไปหมดแล้ว” เสียงหวานเอ่ยห้ามอย่างตกใจ เมื่อใบหน้าคมเคลื่อนเข้าใกล้หวังจะแนบริมฝีปากลง มือบางรีบยกมาปิดที่ริมฝีปากร้อนทันที นัยน์ตาคมสบนิ่งกับแววตาหวานที่ส่งมาขอร้องจนต้องพยักหน้าเบาๆ อย่างเซ็งๆ
“ผมให้คุณพักต่ออีกก็ได้” ....แต่คืนนี้ผมขอต่อของผมบ้างนะ
ประโยคหลังที่ต่อเองในใจของชายหนุ่ม ทำให้คนฟังดีใจไปไกลแล้ว ฮยอกแจไม่คิดเลยว่า ซีวอนจะเป็นได้ขนาดนี้ เมื่อคืนแทบจะไม่ได้มีส่วนไหนเลยที่ไม่ได้ประทับรอยจูบจากปากหนา ความรู้สึกที่เหมือนถูกโอบอุ้มด้วยความอ่อนโยนทำให้ฮยอกแจไม่สามารถต้านทานอะไรได้เลย
“หิวรึเปล่า”
“อืม..นิดหน่อย” เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนจะเที่ยงขนาดนี้แล้ว ทั้งสองก็ยังนอนกอดกันให้ห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ หน้าต่างกว้างถูกปิดกันแสงด้วยผ้าม่านผืนหนา เครื่องบอกเวลาจึงมีเพียงนาฬิกาเรือนเล็กเท่านั้น
“งั้นเดี๋ยวผม ไปหาอะไรให้ทานนะ”
“เดี๋ยวฉันไปทำให้ อ้ะ!!” ฮยอกแจที่ปกติเป็นคนทำอาหาร รีบชันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วต้องรวดตกใจ เมื่อความเจ็บปวแล่นปล๊าบเข้าทั่วร่าง
“โอ้ย....” กายบางทิ้งตัวลงอีกครั้ง หน้าหวานเบ้ไปด้วยความปวดหน่วงจากช่องทางสีหวานที่ถูกรุกรานทั้งคืน
“ไม่ต้องลุกหรอก ปวดขนาดนี้”
“แต่วะ...” ร่างบางจะเอ่ยแย้งแต่ก็ถูกเสียงเข้มเอ่ยทับ
“ผมทำได้นะ เมื่อคืนคุณเหนื่อยมากแล้ว ผมอยากทำอะไรให้คุณบ้าง นอนรอก่อนนะครับ จุ๊บ” มือหนาลูบที่กลุ่มผมนุ่มอย่างปลอบโยน แล้วกดจูบที่หน้าผากมนของคนที่ช้อนตามองขึ้นมาน้ำตาคลอๆ
ร่างหนาหมุนกายออกจากเตียงหนาที่ยับยุ่ง คว้าเอากางเกงที่กองอยู่ข้างเตียงมาใส่เพียงตัวเดียวแล้วเดินออกไปด้านนอกห้อง ทิ้งให้ร่างบางนอนยิ้มหวานกับความห่วงใย อบอุ่นอ่อนโยนที่ส่งมาให้ มีความสุขมากจริงๆ
มีความสุขมากเกินไปจริงๆ

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

“ดงเฮนายอยู่ไหนน่ะ”
เสียงทุ้มกรอกลงโทรศัพท์เครื่องเล็กด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจจนปลายสายที่กำลังจะเอ่ยเสียงหวานรับ ต้องขมวดคิ้วมุ่น
“ฉันออกมาเตรียมอีเวนท์งานข้างนอกน่ะ พรุ่งนี้จะมีงานแล้ว ยังไม่เสร็จเลย”
“จัดที่ไหน” เสียงเข้มยังคงถามห้วนๆ
“ที่ห้าง น่ะ ทำไม มีอะไรเหรอ”
“แล้วใครอยู่บ้าง ทำอะไรกัน อีกนานมั้ย กว่าจะเสร็จ คืนนี้ไปค้างที่คอนโดฉันด้วย” คำถามระรัวที่ถูกซัดมาระรอกเดียว ทำเอาดงเฮ ต้องประหลาดใจ ปกติ เขาทำงานเลิกดึกแค่ไหนก็ไม่เคยถามอย่างนี้ แค่โทรบอกว่าวันนี้ เลิกดึก ไม่ได้ไปหาก็เข้าใจกันแล้ว
“ห๋า~ อะไรนะ ถามอะไรขนาดนี้เนี่ย มีอะไรรึเปล่า”
“ทำไมตอบไม่ได้รึไง...อยู่ห้าง M ใช่มั้ย รอที่นั่นแหละ”
ตู้ดๆๆ.......
ปลายสายตัดไปแล้ว ดงเฮมองโทรศัพท์ในมืองงๆ อย่างไม่เข้าใจคนในสายเมื่อกี้เลยซักนิด แต่ก็แอบดีใจที่เหมือนว่าคิบอมจะมีท่าทีเป็นห่วงต่างจากเมื่อก่อนขึ้นมาบ้าง

.....ขอให้เรื่องระหว่างเรามีแต่ความสุขก็พอ..ฉันจะไม่ขอฐานะคนรักจากนายก็ได้...คิบอม..ขอแค่นี้จริงๆ.....



TBC.

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._


กลับไปที่หน้าฟิคค่ะ ^^







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น